สำนักประกันคุณภาพ

ข่าวประชาสัมพันธ์สำนักประกันคุณภาพ


    รายละเอียดของการประกาศ
    หัวข้อประกาศ :: การตั้งชื่อหัวข้องานวิจัย
    รายละเอียด ::

    แบบรายงานผลการจัดการเรียนรู้ ประจำปีการศึกษา 2556

     

                    ประเด็นความรู้          : การจัดความรู้ (KM)

                    หัวข้อการจัดการความรู้                :               การตั้งชื่อหัวข้องานวิจัย

                    ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้          :               (ดังบัญชีรายชื่อแนบ)

                    วัน เดือน ปี ที่ดำเนินการ             :              10-11 กันยายน   2557

                    สรุปองค์ความรู้ที่ได้      :

                         

                          การตั้งชื่อหัวข้องานวิจัย

    1. ปัญหาหรือหัวข้อที่นักวิจัยจะเลือกทำการศึกษาควรเป็นเรื่องที่อยู่ในสาขาของตนเอง

                       2.    ต้องเป็นเรื่องที่นักวิจัยมีความรอบรู้ลึกซึ้งอย่างเพียงพอ

           3.    ต้องสำรวจก่อนว่าหัวข้อนั้น ๆ มีเอกสารหรือรายงาน การวิจัยที่เกี่ยวข้อง อ้างอิงเพียงพอ

           4.    การกำหนดหัวข้ออย่ากำหนดหัวข้อยากเกินไป เพราะหัวข้อที่ยากและเป็นความเพ้อฝันมาก

                  เกินไป   จนเกินขีด  ความสามารถจะทำให้งานวิจัยไม่บรรลุเป้าหมาย

           5.     ควรตั้งชื่อเรื่องวิจัยให้สั้น โดยใช้คำที่เฉพาะเจาะจง หรือสื่อความหมายเฉพาะเรื่อง และ  

                   ควรเป็น ภาษาที่ เข้าใจง่าย กะทัดรัด แต่ชื่อเรื่องก็ไม่ควรจะสั้นเกินไปจนทำให้ขาด  

                   ความหมายทางวิชาการ   

           6.    ควรตั้งชื่อเรื่องวิจัยให้ตรงกับประเด็นของปัญหา เมื่อผู้อ่านอ่านแล้วจะได้ทราบว่าเป็นการ

                  วิจัย เกี่ยวกับ  ปัญหาอะไรได้ทันที อย่างตั้งชื่อเรื่องวิจัยที่ทำให้ผู้อ่านตีความได้หลาย

                  ทิศทางและอย่าพยายามทำให้ผู้อ่านเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากเกินความเป็นจริง

           7.    ควรตั้งชื่อเรื่องวิจัยในลักษณะของคำนาม ซึ่งจะทำให้เกิดความไพเราะ สละสลวยกว่าการ

                  ใช้   คำกริยา นำหน้าชื่อเรื่อง

           8.  ให้ระบุชื่อตัวแปรหรือปัจจัยที่จะศึกษาไว้ในชื่อเรื่องด้วย

                             9.     ชื่อเรื่องต้องสื่อให้ทราบว่าจะศึกษาอะไร ไม่ใช่ระบุผลการศึกษาว่าได้ความรู้อะไรมา              

                            และคำว่า “การศึกษา” ไม่   ควรเป็นส่วนหนึ่งของชื่อ เพราะการวิจัยเป็นการศึกษาอยู่ในตัวแล้ว

                         10. ให้พิจารณาใช้ชื่อเรื่อง (subtitle) เพื่อขยายความให้รู้ถึงความมุ่งหมายของการวิจัยหรือวิธีวิจัยที่ใช้

                         11.   ไม่ควรตั้งชื่อเรื่องในรูปของคำถามหรือคำปฏิเสธ เว้นแต่จะจำเป็นอย่างยิ่ง

                         12.    ชื่อเรื่องต้องสอดคล้องกับสมมุติฐานการวิจัย วัตถุประสงค์ของการวิจัย และคำถามการวิจัย

                         13.    ให้พิจารณาใส่เอกลักษณ์ของการศึกษาไว้ในชื่อเรื่องด้วย

                         14.    ให้หลีกเลี่ยงการตั้งชื่อเรื่องโดยใช้ถ้อยคำที่เลิศลอยสูงส่ง ยากแก่การเข้าใจ เพราะจะทำให้การสื่อ 

                              ความหมายด้องประสิทธิผลลง

                          15.   ควรระบุประชากรที่จะศึกษาไว้ในชื่อเรื่อง

                        16.   การใช้คำว่า “ผล, ผลกระทบ และอิทธิพล” ในชื่อเรื่อง ให้ใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง ถ้า    

                                หลีกเลี่ยงได้ให้ หลีกเลี่ยง

                            17.   ควรทำวิจัยในเรื่องที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญหรือมีความสามารถ

                            18.    หัวข้อวิจัยต้องสามารถแก้ไขปัญหาหรือตอบโจทย์ให้กับองค์กรได้

     

                            การหาหัวข้อวิจัยจากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

    1. ก่อนที่ผู้ทำวิจัยจะทำการวิจัย ผู้วิจัยอาจจะยังคิดหัวข้องานวิจัยที่ตนเองต้องการจะทำไม่ออก        

                                ผู้วิจัยอาจจะไปศึกษาจากงานวิจัยที่ตนเองสนใจ หรืองานเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้       

                               สามารถ หา หัวข้องานวิจัยได้และจะไม่เกิดทำวิจัยซ้ำกับผู้อื่น

    1.  เอกสารงานวิจัยที่นิยมใช้ในการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย เช่น หนังสือหรือตำราเรียน     

           บทความทางวิชาการ รายงานการวิจัย เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่มีผู้ทำวิจัยไว้แล้วและได้ตีพิมพ์    

           เผยแพร่ ออกมา

    1. เอกสารงานวิจัยที่นำมาศึกษานี้ไม่จำเป็นจะต้องมีชื่อเรื่องที่ตรงกันกับเรื่องที่ผู้ทำงานวิจัยสนใจ แต่ 

    จะต้องมีเนื้อหาและผลสรุปเกี่ยวข้องกับงานวิจัยที่สนใจทำ เพื่อเป็นแนวทางในการทำวิจัยต่อไป

    1. การศึกษาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้ทำวิจัยทำวิจัยซ้ำกับผู้อื่น จะเป็นการทำ วิจัยซ้ำซ้อน

                         5.    ช่วยให้ผู้ทำวิจัยได้เห็นปัญหาที่กำลังจะทำวิจัย เพื่อผู้วิจัยจะได้ไม่เสียเวลาทำวิจัย

                         6.    การศึกษาเอกสารอื่นก่อนจะทำให้ผู้วิจัยได้แนวคิด วิธีการ รวมทั้งทฤษฎีต่างๆที่สามารถนำมาใช้    

                                ใน งานวิจัยของตนเองได้

                        7.     เพื่อจะได้รู้ความคิดเห็นทัศนคติและแนวโน้มในปัจจุบันว่าต้องการงานวิจัยแบบไหน เป็น      

                                ประโยชน์  ต่อสังคมส่วนรวมหรือไม่

     

                

                  

     

     

     

     

     

    ไฟล์แนบ :: [เอกสารดาวน์โหลด]
    วันที่ลงประกาศ :: 2014-08-26